สำนักวิชาการ
 
     

รายงานการศึกษาดูงานแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ 4 แห่ง
       
      - แหล่งสารสนเทศ    
        ห้องสมุดมารวย (Maruey Knowledge & Resource Center) [20/04/2550]    
        สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม [27/04/2550]    
        อุทยานการเรียนรู้ (TK Park) [18/05/2550]    
        สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [28/05/2550]    
      - สรุปข้อดีและข้อจำกัดของแหล่งสารสนเทศทั้ง 4 แห่ง    
      - ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน    
      - ข้อเสนอแนะ    
      - รายชื่อผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน    
             
     
    ห้องสมุดมารวย   ห้องสมุดมารวย (Maruey Knowledge & Resource Center)
[20/04/2550]
   
             
   

ประวัติ

ห้องสมุดมารวย จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 ในนาม ห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อเป็นแหล่งสารสนเทศด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะปรับปรุงภาพลักษณ์ใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น "ห้องสมุดมารวย" ในปี พ.ศ.2547 เพื่อเป็นเกียรติแด่ ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 5 เนื่องจากในช่วงที่ ดร.มารวย ผดุงสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ได้เป็นผู้พัฒนาตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ก้าวหน้าในด้านต่างๆ เป็นอย่างมากจนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในยุคนั้น และที่สำคัญคือได้ให้ความสำคัญในการให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการเงิน และการลงทุน และได้ผลักดันให้ " ห้องสมุดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" กลายเป็น "ห้องสมุดมารวย" เพื่อต้องการเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาแสวงหาความรู้จากห้องสมุดมากขึ้น จึงมีการสร้างสรรค์ห้องสมุดในแนวใหม ่เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมความชอบของผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชนให้สามารถมาใช้ห้องสมุดอย่างมีความสุข

โครงสร้างการบริหารงานในองค์กร
ห้องสมุดมารวยเป็นหน่วยงานหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขึ้นอยู่กับฝ่ายห้องสมุดและโครงการมหาวิทยาลัย สถาบันพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI)

บุคลากรและการบริหารงาน
ห้องสมุดมารวย มีบุคลากร จำนวน 11 คน โดยแบ่งเป็นหัวหน้าห้องสมุด 1 คนและเจ้าหน้าที่ 10 คน ทั้งนี้ไม่มีการแบ่งหน่วยงานย่อยภายในแต่อย่างใด มีหัวหน้าห้องสมุดเป็นผู้ควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน และมีหัวหน้าฝ่ายห้องสมุดและโครงการมหาวิทยาลัย เป็นผู้ดูแลด้านการบริหารและกำหนดนโยบาย จึงทำให้โครงสร้างในการบริหารไม่ซับซ้อน
ในการปฏิบัติงานนั้นจะมีการมอบหมายตามความสามารถและความเชี่ยวชาญของแต่ละคน และสามารถหมุนเวียนทดแทนกันได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ เนื่องจากห้องสมุดได้เปิดให้บริการจนถึงเวลา 23.00 น. จึงได้มีการกำหนดบุคลากรผู้ให้บริการโดยดูตามความเหมาะสมและความสมัครใจ

การบริการ
แนวคิดในการจัดทำห้องสมุดมารวย เป็นห้องสมุดที่ทำให้ผู้ใช้บริการ นอกจากจะได้รับความรู้แล้ว ยังได้รับความสุขและรู้สึกผ่อนคลาย โดยได้ศึกษา จุดเด่นของสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้สนใจไปใช้บริการแล้วนำมาปรับประยุกต์เข้ากับห้องสมุด ได้แก่ การปรับภาพลักษณ์ของห้องสมุดให้ทันสมัย มีที่นั่งสบายและผ่อนคลาย คล้ายโรงภาพยนตร์ การแสดงหนังสือในลักษณะของร้านขายหนังสือ โดยการโชว์ปกให้เห็นความสวยงามของปกหนังสือ และมี Computer ที่สามารถใช้ Internet และร้านกาแฟ คล้าย Internet caf? และการอนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานได้ในขณะที่อ่านหนังสือ การมีสื่อสามารถดูหนังฟังเพลง และพูดคุยได้บ้าง เป็นต้นห้องสมุดมารวยเป็นห้องสมุดเฉพาะ หนังสือส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 70 เป็นหนังสือด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจการเงิน และการลงทุน แต่เพื่อสนองความต้องการของผู้มาใช้บริการที่หลากหลายขึ้น จึงได้จัดหาหนังสือประเภทต่างๆ ทั่วไปทั้งสาระและความบันเทิงสำหรับผู้ใช้บริการ ทั้งที่เป็นผู้ใหญ่และเด็กๆ กลุ่มเป้าหมายที่ห้องสมุดให้มาใช้บริการมากขึ้นคือ กลุ่มเยาวชน โดยเฉพาะนักเรียน นิสิต นักศึกษา เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ จากการมาใช้ห้องสมุดมารวย ซึ่งปัจจุบันปรากฏว่า มีกลุ่มเยาวชนมาใช้บริการมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนใหญ่จะมาค้นคว้า ทำรายงานและทำการบ้าน

คนส่วนใหญ่จะรู้จักห้องสมุดในลักษณะของห้องที่เงียบเชียบทึมเทา ในแต่ละห้องแต่ละชั้นก็เรียงรายไปด้วยหนังสือเก่าคร่ำคร่าฝุ่นจับ ไร้ชีวิตชีวา แต่เดี๋ยวนี้มีห้องสมุดประเภทที่อาจเรียกได้ว่าเป็นมิติใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนทั่วไปให้เข้าไปอ่านหนังสือ ลบทิ้งภาพลักษณ์เดิม ๆ เมื่อเปิดให้บริการก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ " ห้องสมุดมารวย" ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนับได้ว่าเป็นหนึ่งในห้องสมุดดังกล่าว หลังจากปิดเพื่อปรับปรุงเป็นเวลากว่าสองเดือนและเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 2547

รูปแบบ Modern Library เพื่อคนรุ่นใหม่ จากแนวคิดของ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คนที่ 9 ที่ต้องการสร้างห้องสมุดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับประชาชนทั่วไป ให้ได้เพลิดเพลินกับการหาความรู้และเป็นสถานที่ สำหรับใช้เวลาว่างที่ได้ประโยชน์ทั้งความรู้และความบันเทิง ห้องสมุดมารวย จึงได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นให้เป็นมิติใหม่ของห้องสมุดแบบ Modern Library ที่พร้อมสรรพ สามารถรองรับทุกความต้องการการเรียนรู้อย่างมีสไตล์ของคนรุ่นใหม่ทุกเพศ ทุกวัย ด้วยดีไซน์การตกแต่งแบบโมเดิร์น เน้นความโปร่ง โล่ง สบาย เพรียบพร้อมด้วยอุปกรณ์สืบค้นข้อมูลสารสนเทศอินเตอร์เน็ตไร้สาย มุมนันทนาการ พร้อมทั้งจอชมการถ่ายทอดสัมมนา การเสวนา การติดตามข่าวสาร มุมดูหนัง ฟังเพลง มุมเกมลับสมอง รวมทั้งร้านกาแฟและร้านหนังสือ Settrade.com ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อระบบสืบค้นข้อมูล 38 เครื่อง มีจุดเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูง Wi-fi 4 จุด สำหรับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กส่วนตัว มีเครื่องเล่นซีดีและเอ็มพี3 มีเครื่องเล่นเทปและมีเพลงให้ฟัง มีจอโปรเจ็กเตอร์ไว้ถ่ายทอดเวลามีการเสวนาของตลาดหลักทรัพย์ หรือถ้ามีข่าวสารสำคัญ ผู้ที่เข้ามาใช้บริการก็ติดตามข่าวได้จากที่ห้องสมุด หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์การเล่นหมากล้อม หมากรุก หรือสแครบเบิลก็มีมุมให้ลองฝึกสมอง สามารถยืมมาเล่นได้ ที่สำคัญห้องสมุดมารวยเปิดให้บริการตั้งแต่ 08.30 น. จนถึง 23.00 น. ทุกวันโดยไม่มีวันหยุดสำหรับวันศุกร์ และเสาร์ ยังขยายเวลาให้บริการถึง 24.00 น. รองรับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่มีภารกิจงานประจำในช่วงเวลากลางวัน สามารถมาใช้บริการในช่วงเย็น ถึงค่ำได้อย่างเต็มที่แบบที่ไม่เคยมีห้องสมุดใด ให้ได้มาก่อน

พื้นที่ให้บริการ
กว้างขวางด้วยพื้นที่ถึง 688 ตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการได้ 228 ที่นั่ง แบ่งเป็น 2 ชั้น ดังนี้

ชั้น 1 จัดไว้สำหรับรองรับกิจกรรมต่างๆ เป็นห้องสมุดในบรรยากาศผ่อนคลายแบบ " กระซิบพูดคุยได้" สามารถนั่งอ่านหนังสือไปจิบกาแฟไปได้ มีหนังสือทั่วๆ ไปหลากหลาย ถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แบ่งออกเป็นหมวดหมู่อยู่ตามมุมต่างๆ เช่น มุมหนังสือของทางตลาดหลักทรัพย์ฯที่พิมพ์จำหน่าย ก็นำมาจัดวางไว้ให้ผู้ที่สนใจหยิบอ่านกันได้ มุมหนังสือพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่หาอ่านได้ยากก็มีรวบรวมให้อ่านเช่นกัน   มุมนิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ สำหรับผู้ที่ชอบอ่านเรื่องเบาๆ สมอง มุมหนังสือสำหรับเด็กๆ ( ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ) รวมทั้งมีคอมพิวเตอร์ให้เด็กๆ เอาไว้ได้เล่นเกมส์ ดูหนัง สร้างความสนุกสนานให้กับเด็กที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ ยังมีมุมมัลติมีเดีย ที่จะมีเพลงให้เลือกฟัง มีจอมอนิเตอร์ ขนาดใหญ่เปิดฉายหนัง ( หรือข่าวสารต่างๆ) ให้ดูกันตลอดทั้งวัน แต่ถ้าเกิดเบื่ออ่านหนังสือขึ้นมาก็มี เกมส์สนุกๆ ประลองความคิด อย่างหมากล้อม หมากรุก และสแครบเบิล ให้ได้เล่นกัน

ชั้น 2 ที่ชั้นนี้มีบรรยากาศแบบเงียบๆ ตามคอนเซ็ปต์ " ชั้นบนเงียบกริบ" และหนังสือที่มีจัดวางอยู่บนชั้นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือแนววิชาการหลากหลายด้าน ให้ค้นคว้าหาความรู้ ไม่ว่าจะเป็นปรัชญา กฎหมาย การลงทุน เศรษฐศาสตร์ บทวิเคราะห์ วิจัย ที่เป็นหนังสือให้ความรู้ทั้งหลาย แต่ก็มีหนังสืออ่านเบาสมองต่างๆ เช่น นิตยสาร สารคดี และหนังสือสำหรับเด็กๆด้วย นอกจากนี้ยังมี โซนคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อระบบสืบค้นข้อมูล และเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง มีไว้ให้บริการด้วย จำนวน 36 เครื่อง ซึ่งจะมีผู้ใช้จำนวนมาก ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชอบมาใช้บริการที่มุมนี้

การให้บริการสังคม
เนื่องจากห้องสมุดมารวยอยู่ใกล้แหล่งชุมชนแออัดคลองเตย ซึ่งมีปัญหาสังคมพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด รวมถึงเด็กที่ต้องถูกทอดทิ้งให้อยู่ตามลำพัง ผู้บริหารห้องสมุดมารวยได้ตระหนักและมองเห็นความสำคัญของปัญหาเหล่านี้ เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด และช่วยพัฒนาสังคม จึงได้จัด “ ห้องเพลิน” (Plern มาจาก Play and Learn ) โดยการรับเด็ก ๆ จากในแหล่งชุมชนแออัดมาดูแลในช่วงเย็น และในวันหยุด ซึ่งจะมีกิจกรรมทั้งวัน โดยเจ้าหน้าที่ของห้องสมุด และอาสาสมัครที่เป็นนิสิตนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ สับเปลี่ยนกันมาทำหน้าที่ และจัดหากิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ความรู้และได้สนุกสนานด้วย เช่น การสอนหนังสือ เล่านิทาน วาดภาพระบายสี ฯลฯ การส่งเสริมกิจกรรมทางด้านการกีฬาแก่เยาวชนในพื้นที่ด้วย และที่สำคัญได้ดูแลถึงสุขภาพของเด็กๆ อีกด้วยเนื่องจากเด็กๆ เหล่านี้มาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน ห้องสมุดจึงได้จัดอาหารว่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไว้ให้แก่เด็กๆ ด้วย

ผู้ใช้บริการ
เดิมห้องสมุดเปิดสำหรับผู้ใช้บริการ 4 กลุ่มเท่านั้น คือ พนักงานตลาดหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน บริษัทสมาชิก องค์กรของรัฐ ในปัจจุบันได้เปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไปและนักลงทุน เพื่อบริการด้านข้อมูล-ข่าวสาร

เวลาที่เปิดให้บริการ
ห้องสมุดมารวย เปิดให้บริการ ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ
วันอาทิตย์ - วันพฤหัสบดี 08 : 30 – 23 : 00 น.
วันศุกร์ - วันเสาร์ 08 : 30 – 24 : 00 น.

 
             
           
             
    สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม   สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม
[27/04/2550]
   
             
   

" เต็มใจบริการ ประสานภารกิจ คิดอย่างสร้างสรรค์ แบ่งปันความรู้ เชิดชูศรีปทุม "

ประวัติ

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่วิทยาลัยเริ่มเปิดทำการสอน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2513 ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า " วิทยาลัยไทยสุริยะ" โดยใช้พื้นที่ชั้น 2 ส่วนหนึ่งของอาคาร 4 ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2515 ได้รับพระราชทานนามวิทยาลัยใหม่จากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเป็น "วิทยาลัยศรีปทุม" ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ห้องสมุดวิทยาลัยได้พัฒนาและขยายตัว ทั้งทางด้านพื้นที่และวัสดุห้องสมุด และทำหน้าที่เป็น " หอสมุดกลาง"

ในปีถัดมาได้ย้ายจากสถานที่เดิมมาอยู่ที่อาคารหอสมุดกลางในปัจจุบัน โดยใช้พื้นที่ชั้น 1 , 2 และ 3 ของอาคาร ซึ่งมีพื้นที่ชั้นละ 360 ตารางเมตร (ปี พ.ศ. 2534 ได้ขยายไปใช้พื้นที่ชั้น 4 ด้วย)

ในปี พ.ศ. 2526 หอสมุดกลางได้ขยายงานไปสู่คณะ คือ ได้เปิดห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง และในปัจจุบันได้ย้ายไปอยู่อาคาร 5 (อาคารสยามบรมราชกุมารี) ชั้น 4 ห้อง 401 (ปี พ.ศ. 2544 ได้ยุบห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ โดยโอนรวมกับหอสมุดกลาง)

ในปี พ.ศ. 2530 เปิดห้องสมุดบัณฑิตวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นที่อาคาร 2 ชั้น 4 มีพื้นที่ 66 ตารางเมตร

ในปี พ.ศ. 2535 ห้องสมุดบัณฑิตวิทยาลัยย้ายไปอยู่ อาคาร 1 ชั้น 4 โดยมีการขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับจำนวนนักศึกษาที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น

ในปีเดียวกันนี้ ได้จัดตั้งห้องสมุดเพิ่มอีกหนึ่งแห่งที่วิทยาเขตชลบุรี ตั้งอยู่ที่อาคารอำนวยการ ชั้น 2 มีพื้นที่ 126 ตารางเมตร ต่อมาในปีพ.ศ. 2542 ห้องสมุดวิทยาเขตชลบุรีย้ายจากอาคารเดิมมาอยู่ที่ชั้น 3 - 4 ของอาคารเอนกประสงค์ 14 ชั้น

ในปี พ.ศ. 2537 เปิดห้องสมุดขึ้นอีกแห่งหนึ่งที่ วิทยาคารพญาไท (ชั้น 12) สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโทคณะบริหารธุรกิจ และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์สำหรับนักบริหาร มีพื้นที่ 75 ตารางเมตร

ในปี พ.ศ. 2539 เปิดห้องสมุดสื่อโสตทัศน์ที่ ชั้น 9 อาคารสยามบรมราชกุมารี สำหรับนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อให้บริการค้นคว้าข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ตลอดจนบริการซีดี-รอมทางวิชาการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2543 เปิดห้องสมุดวารสารและสื่อโสตทัศน์ที่อาคาร 9 ชั้น 1 และชั้นลอย

ในปี พ.ศ. 2542 เปิดห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ อาคาร 5 ห้อง 402

ในปี พ.ศ. 2543 ปรับปรุงหอสมุดกลางให้ทันสมัยสวยงาม มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลจำนวนมาก โดยห้องสมุดของมหาวิทยาลัยศรีปทุมมีฐานะเป็น “ สำนักหอสมุด” ประกอบด้วย หอสมุดกลาง ห้องสมุดคณะนิติศาสตร์ ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ห้องสมุดวารสารและสื่อโสตทัศน์ ห้องสมุดบัณฑิตวิทยาลัย วิทยาเขตบางเขน และห้องสมุดวิทยาคารพญาไท

ในปี พ.ศ. 2544 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดอาคาร 30 ปี ศรีปทุม และทอดพระเนตรห้องสมุดวารสารและสื่อโสตทัศน์

สถานที่ตั้ง
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ตั้งอยู่เลขที่ 61 หมู่ 4 ถนนพหลโยธิน แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 0-25791111 ต่อ 2352 โทรสาร 0-25791111 ต่อ 1266

วัตถุประสงค์
เพื่อให้บริการค้นคว้าทางวิชาการ สำหรับคณะบริหารธุรกิจ คณะบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะนิเทศศาสตร์ รวมทั้งสาขาที่เกี่ยวข้องแก่นักศึกษา อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลภายนอก

โครงสร้างการบริหารงาน แบ่งส่วนการบริหารงานออกเป็น 3 งาน
1. งานทรัพยากรสารสนเทศ
2. งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. งานบริการ

บุคลากร รวม 23 คน

ผู้อำนวยการสำนักหอสมุด รศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน
ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักหอสมุด ผศ.สุมน ถนอมเกียรติ

1. งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณนพรัตน์ นิ่มเจริญ หัวหน้างานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณจิระวรรณ อุทัศน์ บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณจุรีภรณ์ คำจันทร์ บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณบังอร วรกรกุล บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณวิยะดา ศิริมาณนท์ บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณกุลวรีย์ ดิษพรหิรัณยะกุล บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณนิภารัตน์ ชัยประสิทธิ์ บรรณารักษ์งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณกัณฐิกา แกล้วกล้า เจ้าหน้าที่งานทรัพยากรสารสนเทศ
คุณนันภัสส์ นุตรทัต เจ้าหน้าที่งานทรัพยากรสารสนเทศ

2. งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
คุณประภัสสร สาระนาค หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศ
คุณวิภารัตน์ สินธุอารีย์ เจ้าหน้าที่งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
คุณยุพิน อิ่มอาหาร เจ้าหน้าที่งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
คุณทิพย์สุดา ตลับทอง เลขานุการและเจ้าหน้าที่งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

3. งานบริการ
คุณจันทนา หลิมสกุล หัวหน้างานบริการ
คุณบุญมี เฮืองศรี บรรณารักษ์งานบริการ
คุณอัญชลี ประสงค์ดี บรรณารักษ์งานบริการ
คุณปาลิดา ฉ่ำเมืองปัก บรรณารักษ์งานบริการ
บรรณารักษ์งานบริการ
คุณนิภา คุณชิดชนก สิริวันต์แข็งธัญกิจ เจ้าหน้าที่งานบริการ
คุณรัชนี มะเสนา เจ้าหน้าที่งานบริการ
คุณอารมณ์ ชายกรวด เจ้าหน้าที่งานบริการ

ระบบการจัดหมวดหมู่

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ใช้ระบบการจัดหมู่หนังสือระบบห้องสมุดรัฐสภาอเมริกัน ( U.S. Library of Congress Classification : LC )
การจัดหมู่ระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน   ระบบนี้แบ่งหนังสือออกเป็น  21 หมวดใหญ่ดังนี้

A     ความรู้ทั่วไป รวมเรื่อง (General Works )
B      ปรัชญา จิตวิทยา ศาสนา (Philosophy Psychology )
C      ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ (Auxiliary sciences of history )
D      ประวัติศาสตร์ทั่วไปและโลกเก่า (History : General and Old World )
E-F    ประวัติศาสตร์อเมริกา (History : America )
G      ภูมิศาสตร์ มานุษยวิทยา นันทนาการ (Geography Anthropology Recreation )
H      สังคมศาสตร์ (Social Sciences )
J       รัฐศาสตร์ (Political Science )
K       กฎหมาย (Law )
L       การศึกษา (Education )
M      ดนตรี (Music )
N      วิจิตรศิลป์ (Fine Arts )
P       ภาษาและวรรณคดี (Language and Literature )
Q      วิทยาศาสตร์ (Science )
R       แพทยศาสตร์ (Medicine )
S       เกษตรศาสตร์ (Agriculture )
T       เทคโนโลยี (Technology )
U      วิชาการทหาร (Military Science )
V       นาวิกศาสตร์ (Naval Science )
Z       บรรณานุกรมและบรรณารักษศาสตร์ (Bibliography and Library Science )

สมาชิกห้องสมุด ประกอบด้วย
1. นักศึกษา อาจารย์ บุคลากรของมหาวิทยาลัยศรีปทุม
2. บุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย (โดยลงชื่อในสมุดลงชื่อบุคคลภายนอกก่อนใช้บริการห้องสมุดทุกครั้ง)

สถานที่ศึกษาดูงาน

1. ห้องสมุดวารสารและหนังสือพิมพ์ ชั้น G อาคาร 30 ปี ศรีปทุม ให้บริการช่วยการค้นคว้าข้อมูลจากวารสาร/นิตยสาร บริการหนังสือพิมพ์/วารสาร/นิตยสารฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง บริการตอบคำถามและแนะนำแหล่งสารสนเทศ สืบค้น On Line บริการถ่ายเอกสาร มุมกาแฟและเครื่องดื่ม และจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของห้องสมุด รวมทั้งเปิดให้นักศึกษา คณาจารย์คณะต่างๆ ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนด้วย

ทรัพยากรสารสนเทศที่ให้บริการในห้องสมุดวารสารฯ
1. วารสาร / นิตยสารภาษาไทย มากกว่า 500 รายชื่อ
2. วารสาร / นิตยสารภาษาต่างประเทศ มากกว่า 200 รายชื่อ
3. หนังสือพิมพ์มากกว่า 20 รายชื่อ

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เปิดทำการ 08.00 – 18.00 น.
วันศุกร์ และวันอาทิตย์ เปิดทำการ 08.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ และวันหยุดราชการ ปิดบริการ
(ช่วงสอบและปิดภาคการศึกษา เปิดปิดเวลา 8.30 – 1630 น.)

2. ห้องสมุดสื่อโสตทัศน์ ชั้นลอย อาคาร 30 ปี ศรีปทุม เป็นบริการห้องสมุดรูปแบบใหม่ ที่มีความทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของคณาจารย์และนักศึกษาในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นบริการสารนิเทศในรูปเสียง ภาพ และภาพเคลื่อนไหว เป็นการผสมผสานของหลายสื่อที่เรียกว่า สื่อประสม ( Multimedia ) ให้บริการอินเทอร์เน็ต (เครื่องคอมพิวเตอร์ 52 เครื่อง) วีดิทัศน์ เทปบันทึกเสียง และสื่อโสตทัศน์อื่นๆ เช่น แผนที่ ลูกโลก ฯลฯ

นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการห้องฉายภาพยนตร์และสารคดี วันละ 2 รอบ ในวันจันทร์, วันพฤหัสบดี, วันศุกร์ เวลา 10.30 น. และ เวลา 14.30 น. และเปิดบริการห้องคาราโอเกะในวันอังคารและวันพุธ กลุ่มละ 5 คนขึ้นไป (1 ชั่วโมง / 1 กลุ่ม / 1 สัปดาห์)

3. ห้องสมุด Business Collection อาคาร 9 ชั้น 7 (ลานจอดรถเดิม) ให้บริการหนังสือหมวด H สาขาบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ บัญชี และสิ่งพิมพ์พิเศษ เช่น รายงานการวิจัย รายงานประจำปี รายงานสัมมนา ฯลฯ นอกจากนั้นยังให้บริการยืมและรับคืนหนังสือ บริการสืบค้นฐานข้อมูล บริการตอบคำถามและช่วยค้นคว้า และบริการห้อง Study Room

ระเบียบการยืม-คืนสารนิเทศ ยืมได้ตามประเภทสมาชิก ดังนี้
1. นักศึกษาปริญญาตรี 5 รายการ/14 วัน
2. นักศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี 5 รายการ/14 วัน
3. อาจารย์/เจ้าหน้าที่ 10 รายการ/30 วัน

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี เปิดทำการ 08.00 – 18.00 น.
วันศุกร์ และวันอาทิตย์ เปิดทำการ 08.30 – 16.30 น.
วันเสาร์ และวันหยุดราชการ ปิดบริการ

4. ห้องสมุดบัณฑิตวิทยาลัย อาคาร 1 ชั้น 7 เปิดบริการสำหรับนักศึกษาปริญญาโท-เอก นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ คณะอาจารย์ ให้บริการสารนิเทศ ได้แก่ วารสารวิชาการภาษาไทย/อังกฤษ ฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง หนังสือตามหลักสูตรการเรียนการสอน รายงานการวิจัยและสารนิพนธ์ ฯลฯ

ระเบียบการยืม-คืนสารนิเทศ ยืมได้ตามประเภทสมาชิก ดังนี้
1. หนังสือ/รายงาน/สารนิพนธ์

อาจารย์/เจ้าหน้าที่/อาจารย์พิเศษ จำนวน 10 เล่ม/30 วัน
นักศึกษาปริญญาโท-เอก/นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ จำนวน 5 เล่ม/ 14 วัน

2. ซีดี-รอม

อาจารย์/เจ้าหน้าที่/อาจารย์พิเศษ จำนวน 1 รายการ/ 3 วัน
นักศึกษาปริญญาโท-เอก/นักศึกษาหลักสูตรนานาชาติ จำนวน 1 รายการ/3 วัน

3. สารนิพนธ์ หนังสืออ้างอิง สิ่งพิมพ์พิเศษ

วารสารภาษาไทย/อังกฤษฉบับปัจจุบัน/ฉบับย้อนหลัง ห้ามยืมออกแต่สามารถ
หนังสือพิมพ์ ฉบับปัจจุบัน/ฉบับย้อนหลัง ยืมถ่ายสำเนาเอกสารได้

*การยืม-คืนหนังสือเกินกำหนด เสียค่าปรับเล่มละ 5 บาท/วัน และสามารถยืมติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 ครั้ง และต้องเว้นระยะ 1 สัปดาห์ จึงจะมีสิทธิ์ยืมได้อีกครั้ง กรณีทำหนังสือชำรุดหรือสูญหายต้องซื้อคืนให้ห้องสมุดหรือชดใช้เป็น 2 เท่าของราคาหนังสือ

เวลาทำการ
วันจันทร์ - วันศุกร์ เปิดทำการ 10.00 – 20.00 น.
วันเสาร์ - วันอาทิตย์ เปิดทำการ 09.00 – 17.00 น.
วันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดบริการ

5. หอสมุดกลาง ( Central Library ) ชั้น 1 - 4 อาคารหอสมุดกลาง

ชั้น 1 ให้บริการยืม - คืน และจัดแสดงหนังสือใหม่
ชั้น 2 ให้บริการหนังสือวิชาการทั่วไปภาษาไทย (หมวด A-Z ยกเว้น หมวด H และ N )
ชั้น 3 ให้บริการหนังสือวิชาการทั่วไปภาษาอังกฤษ (หมวด A-Z ยกเว้น หมวด H และ N )
ชั้น 4 ให้บริการหนังสือสำรอง งานวิจัย วิทยานิพนธ์ สิ่งพิมพ์พิเศษ และหนังสืออ้างอิง

ระเบียบการยืม - คืนสารนิเทศ ยืมได้ตามประเภทสมาชิก ดังนี้

1. หนังสือทั่วไป

อาจารย์/เจ้าหน้าที่/อาจารย์พิเศษ จำนวน 10 เล่ม/ 2 สัปดาห์
นักศึกษาปริญญาตรี/โท จำนวน 5 เล่ม/1 สัปดาห์

2. หนังสือสำรอง/งานวิจัย/วิทยานิพนธ์/สิ่งพิมพ์พิเศษ จำนวน 5 เล่ม/ครั้ง

วารสารฉบับย้อนหลัง (ส่งคืนภายในวันที่ยืม)
ห้ามยืมออกแต่สามารถ ยืมถ่ายสำเนาเอกสารได้

3. ซีดี-รอม

อาจารย์/เจ้าหน้าที่/อาจารย์พิเศษ จำนวน 10 รายการ/30 วัน
นักศึกษาปริญญาตรี/โท จำนวน 5 รายการ/14 วัน

เวลาทำการ
วันจันทร์/พุธ/ ศุกร์ เปิดทำการ 09.00 – 17.00 น.
วันอังคาร/พฤหัสบดี เปิดทำการ 10.00 – 18.00 น.
วันเสาร์และอาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ ปิดบริการ

6. ห้องสมุดคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ อาคาร 5 ชั้น 4 ให้บริการหนังสือวิชาการทั่วไปภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ หมวด N และหนังสือธรรมะ ซึ่งได้รับบริจาคจากพระเทพดิลก (หมวด B )

ระเบียบการยืม - คืนสารนิเทศ ยืมได้ตามประเภทสมาชิก ดังนี้

1. หนังสือ/รายงาน/สารนิพนธ์

อาจารย์/เจ้าหน้าที่/อาจารย์พิเศษ จำนวน 10 เล่ม/30 วัน
นักศึกษาปริญญาตรี/โท จำนวน 5 เล่ม/14 วัน

2.งานวิจัย/วิทยานิพนธ์/สิ่งพิมพ์พิเศษ จำนวน 5 เล่ม/1 สัปดาห์

วารสาร ฉบับปัจจุบัน/ฉบับย้อนหลัง จำนวน 5 เล่ม/ครั้ง
หนังสือพิมพ์ ฉบับปัจจุบัน/ฉบับย้อนหลัง (ส่งคืนภายในวันที่ยืม)

3. วีดิทัศน์ / เทปคาสเซ็ท/CD-ROM/ โปรแกรมประยุกต์ใช้งาน จำนวน 1 รายการ/7 วัน

เวลาทำการ
วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดทำการ 08.00 – 18.30 น.
วันอาทิตย์ เปิดทำการ 08.30 – 16.30 น.
วันเสาร์และวันนักขัตฤกษ์ ปิดบริการ

7. ศูนย์มีเดีย อาคาร 4 ชั้น ทางทิศตะวันออกของอาคาร 30 ปี ศรีปทุม เป็นศูนย์ผลิตรายการโทรทัศน์ให้แก่สถานีโทรทัศน์ SPU เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนภาคปฏิบัติรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการผลิตงานวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ ให้แก่คณะนิเทศศาสตร์และหน่วยงานภายนอก นอกจากนี้ยังเปิดให้คณะบุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้วย

ห้องปฏิบัติการของศูนย์มีเดีย

1. ห้องปฏิบัติการในการถ่ายทำรายการวิทยุโทรทัศน์ ( Studio ) และห้องควบคุมการถ่ายทำ ( Control Room )
2. ห้องปฏิบัติการสำหรับตัดต่อภาพด้วยระบบ (Linear Editing )
3. ห้องปฏิบัติการสำหรับตัดต่อภาพด้วยระบบ ( Non Linear Editing )
4. ห้องแปลงสัญญาณเทป ( Tape Transfer )
5. ห้องปฏิบัติการออกอากาศรายการวิทยุกระจายเสียงและตัดต่อเสียง (Audio Broadcasting )
6. ห้องบันทึกเสียง (Audio Recording Studio )

 
             
           
             
    อุทยานการเรียนรู้ TK Park   อุทยานการเรียนรู้ (TK Park)
[18/05/2550]
   
             
   

ประวัติ

รัฐบาลในสมัยพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรได้จัดตั้ง “ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(Office of Knowledge Management and Development : OKMD )” ขึ้นในลักษณะรูปแบบนอกระบบราชการ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาระบบปฏิบัติงานการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยมีสำนักอุทยานการเรียนรู้เป็น 1 ใน 7 หน่วยงานที่จัดตั้งขึ้น คือ

  1. สำนักงานศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ( TCDC )
  2. สถาบันวิทยาการการเรียนรู้ ( BBL )
  3. ศูนย์ส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษแห่งชาติ ( NGT )
  4. อุทยานการเรียนรู้ ( TK Park )
  5. สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ( NDMI )
  6. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ( TCELS )
  7. ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม ( Moral Center )

ดังนั้น อุทยานการเรียนรู้ต้นแบบ ( TK Park) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2548 ตั้งอยู่ชั้น 6 เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า มีพื้นที่ 1,014 ตารางเมตร และต่อมาได้ย้ายไปตั้งอยู่ ณ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า มีพื้นที่ 4,200 ตารางเมตร เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2549 โดยเปิดให้บริการเพื่อรองรับความต้องการไร้ขีดจำกัดของเยาวชน นั่นคือ เป็นห้องสมุด ที่มีชีวิต มีการเปลี่ยนแปลง มีทั้งหนังสือ ข้อมูล สื่อมัลติมีเดีย หลากหลายรูปแบบ ที่ความทันสมัย อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ที่สำคัญคือมุ่งเน้นส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน รักการเรียนรู้อย่างจริงจัง และยังเป็นพื้นที่ที่เยาวชนจะได้ทดลอง และแสดงออก เพื่อให้ค้นพบความถนัดในสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยเฉพาะการมีพื้นที่กิจกรรมอเนกประสงค์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นพื้นที่สำหรับการสื่อสารทางศิลปวัฒนธรรม ทั้งยังมีโครงสร้างและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่เข้ากับโลกสมัยใหม่ เป็นห้องสมุดที่มีมากกว่าหนังสือ มีการกระจายความรู้ ในลักษณะศูนย์รวมสื่อข้อมูลที่สะดวกในการเข้าถึง และใช้บริการประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ รวมทั้งการพัฒนาความสามารถของแต่ละบุคคลตลอดชีวิต

การบริหาร
ในด้านการบริหารงานนั้น เนื่องจากอุทยานการเรียนรู้จะเป็นองค์กรหนึ่งภายใต้สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ที่มีฐานะเป็นองค์การมหาชน การบริหารงานจึงอยู่ภายใต้คณะกรรมการบริหารที่มีความคิดอิสระและมีความคล่องตัว และยังจะให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการด้วย โดยในปัจจุบันได้มีการจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีก 4 แห่งในต่างจังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดยะลา

วิสัยทัศน์
อุทยานการเรียนรู้จะเป็นกลไกหลักสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ พัฒนาความคิด บูรณาการภูมิปัญญา โดยผ่านกระบวนการส่งเสริมการรักการอ่าน การแสวงหาความรู้และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างปัญญาแก่สังคมไทย

พันธกิจ
อุทยานการเรียนรู้เป็นรูปแบบหนึ่งของแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งอนาคต ที่เน้นการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน และแสวงหาความรู้ในบรรยากาศการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ทันสมัย มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เชื่อมโยงเครือข่ายกระจายความรู้ ในลักษณะศูนย์รวมสื่อและข้อมูลที่สะดวกในการเข้าถึงและใช้บริการ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้สาธารณะ รวมทั้งการพัฒนาความสามารถของแต่ละบุคคลตลอดชีวิต อันจะเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ พัฒนาประเทศและสังคมให้ยั่งยืน

อุทยานการเรียนรู้มุ่งเพิ่มคุณค่า ( Value-added) และเสริมความแข็งแกร่ง (Strengthening) เพื่อเติมเต็มส่วนที่หน่วยจัดการศึกษาและการส่งเสริมวัฒนธรรมของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีการดำเนินอยู่แล้วยังไม่ครอบคลุมประชากรกลุ่มเป้าหมายหรือมีข้อจำกัดในการดำเนินงาน

วัตถุประสงค์
อุทยานการเรียนรู้มุ่งที่จะสร้างเด็กและเยาวชนไทย ให้เป็นประชาชนที่แข็งแกร่งของประเทศไทย และมีบทบาทสนับสนุนให้เยาวชนมีส่วนร่วมกับสังคมในระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนมีเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนและประชาชน โดยพัฒนาทางเลือกใหม่ในการศึกษาและกิจกรรมนันทนาการ ทั้งทางด้านสถานที่และสภาพแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

( 1) เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่เน้นการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการแสวงหาความรู้ด้วยทักหลากหลายทางในบรรยากาศการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และทันสมัย
( 2) ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้ และการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ตลอดชีวิต
( 3) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เยาวชนและประชาชนมีโอกาสพัฒนา แลกเปลี่ยน และแสดงผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งสามารถสร้างนวัตกรรม ผลผลิต หรือชิ้นงานจากการผสมผสานด้านศิลปะ วัฒนธรรม ค่านิยมหรือวิถีชีวิต นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีในรูปแบบที่หลากหลาย

งานบรรณารักษ์ แบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน

  1. ส่วนบริการด้านหน้า ( Front Office Service ) ได้แก่ งานบริการข้อมูล ห้องสมุดดนตรี ห้องสมุดไอที ห้องเด็ก ห้องเงียบ Bookwall Reading Park
  2. งานด้านเทคนิค ( Back Office Section ) ได้แก่ งาน Catalog งานเตรียมสิ่งพิมพ์ งานจัดหาและบำรุงรักษา งานวารสาร งานดีวีดี และสื่อนิทรรศการ

วิธีการจัดหาสื่อ โดยเน้นความหลากหลายของสื่อ ( Book, Magazine, CD/DVD, Multimedia, E-Library, E-book ) ซึ่งสามารถจัดหาได้ 4 วิธี ดังนี้

  1. มีอนุกรรมการคัดสรรสื่อ
  2. จัดหาโดยบรรณารักษ์
  3. ศึกษาจากข้อมูลสถิติ ความสนใจในการยืมสื่อของผู้ใช้บริการ
  4. ข้อแนะนำของผู้ใช้บริการ

กิจกรรมต่างๆของอุทยานการเรียนรู้ มีการจัดแสดงกิจกรรมหมุนเวียนกันทุกเดือน ได้แก่

  1. กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
  2. กิจกรรมเสริมทักษะชีวิต
  3. กิจกรรมสนับสนุนศิลปวัฒนธรรม
  4. กิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ได้แก่ กิจกรรมที่ร่วมกันทำในเทศกาลต่างๆ กิจกรรมส่งเสริมความสามารถเยาวชน โครงการสานฝันนักเขียน เป็นต้น

อุทยานการเรียนรู้ TK Park ( Thailand Knowledge Park)
มีพื้นที่ ประมาณ 4,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ประมาณ 70 คน และทรัพยากรสารสนเทศ ประมาณ 30,000 เล่ม ภายในอุทยานการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย 4 ส่วนหลัก ดังนี้

1 ) ห้องสมุดมีชีวิต ประกอบด้วยหนังสือ จำนวนกว่า 20,000 เล่ม วารสาร จำนวนกว่า 200 รายชื่อ และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยใช้ระบบดิ้วอี้ในการจัดหมวดหมู่หนังสือ นอกจากนี้ได้จัดแบ่งพื้นที่และออกแบบเพื่อมุ่งเน้นให้ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้ตามความต้องการ โดยเน้นสีสรรสดใสอันเป็นลักษณะของห้องสมุดสมัยใหม่ ได้แก่

  • มุม QUIET ZONE  สำหรับผู้ต้องการใช้สมาธิในการอ่าน 
  • มุม MUSIC CONNER ที่ให้อรรถรสทั้งการอ่านและฟังเพลง 
  • มุม BOOK WALL รังผึ้งกำแพงแห่งความรู้ รวบรวมหนังสือหลากหลายชนิดสำหรับเด็ก มีที่อ่านหนังสือในลักษณะรังผึ้ง ที่ออกแบบเพื่อกระตุ้นให้เด็กสามารถมาปีนป่ายค้นหาหนังสืออ่านตามใจชอบ
  • มุม TK. COFFEE CONNER  ที่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ
  • มุม KID'S ROOM  ที่จะพาเด็กท่องโลกนิทานไปกับการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน

2 ) ลานสานฝัน เป็นเวทีสำหรับการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ สำหรับเยาวชน ทั้งด้านดนตรี การกีฬา นันทาการ การแสดง และศิลปหัตถกรรม รวมถึงการเป็นเวที่พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากวิทยากร และผู้ชำนาญการในสาขาต่าง ๆ

3 ) ที เค เธียร์เตอร์ เป็นการจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อภาพยนตร์ หรือที่เรียกกันว่าสวนสนุกทางปัญญา โดยใช้สื่อไฮเทคโนโลยี VIRTUAL REALITY ที่จะเสนอภาพเสมือนจริงที่มีความอลังการมากกว่าภาพ 3 มิติ ให้เด็กได้ร่วมเห็นปรากฏการณ์อย่างครบทุกมิติและกระตุ้นการเรียนรู้ในเรื่องนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการนำเทคนิคภาพยนตร์เหมือนจริงมาใช้ในงานศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา เน้นเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ สุริยจักรวาล ร่างกายมนุษย์ รวมทั้งเรื่องของภัยธรรมชาติ ฯลฯ

4 ) ทีเคทีนช็อป เป็นพื้นที่จัดประกวดการออกแบบอุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์อื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ และเยาวชนร่วมคิดร่วมทำแล้วนำมาวางจำหน่ายภายใต้ ชื่อ ' โครงการทำได้ภูมิใจใช่เลย'

นอกจากนี้ได้เปิดให้บริการอ่านและยืมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์( e-Books) ใน TK e-Library ซึ่งได้คัดสรรหนังสือดีไว้บริการในช่วงระยะแรกกว่า 6,000 เล่ม มีทั้งหนังสือวิชาการ ตำราหายาก การ์ตูน นวนิยายไทย-เทศ ให้เลือกหลากหลายภาษาในลักษณะ e-Books อีกทั้งยังมีหนังสือ และเอกสารสำคัญที่หายากของประเทศไทย ซึ่งนำมาประกอบมัลติมีเดีย ในโครงการขุมทรัพย์ของแผ่นดิน ตามความร่วมมือกับกรมศิลปากร อาทิ " สมุดไทภาพริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค" หรือ " จดหมายเหตุเสด็จประพาสต้นหรือเสด็จประพาสแหลมมาลายู" เป็นต้น รวมถึงเรื่องและภาพการจัดเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ซึ่งออนไลน์จากที่นี่ได้ทันทีโดยไม่ต้องไปหอสมุดแห่งชาติ หรือหอจดหมายเหตุผ่านทางเว็บไซต์ htpp://www.tkpark.or.th

ผู้ใช้บริการ
1 . เยาวชน (ในช่วงอายุ 13-25 ปี และแบ่งย่อยตามความแตกต่างกันระหว่างเป็นกลุ่มวัยรุ่น (Teenagers) อายุ 13-19 ปี และ วัยหนุ่ม (Young-Adult) 20-25 ปี
2 . เด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง
3 . กลุ่มประชาชนที่สนใจ

การสมัครสมาชิก

  • เด็กเยาวชนอายุ 3-24 ปี และผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ค่าทำบัตร 100 บาท/ปี
  • ผู้ใหญ่อายุ 25-29 ปี ค่าทำบัตรสมาชิก 200 บาท/ปี

บริการยืม – คืน

  • บริการยืมหนังสือ วารสาร ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ 2 รายการ/สัปดาห์

ค่าปรับ

  • หนังสือ วารสาร ภาษาไทย 10 บาท/วัน
  • หนังสือ วารสาร ภาษาอังกฤษ 30 บาท/วัน
    โดยหักจากเงินประกันซึ่งผู้ใช้บริการต้องจ่ายก่อนยืมหนังสือ

ค่าประกันหนังสือ

  • หนังสือ วารสาร ภาษาไทย 300 บาท / ครั้ง
  • หนังสือ วารสาร ภาษาไทย/อังกฤษ 1,000 บาท/ครั้ง

ผู้ใช้บริการรายวัน

  • สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกสามารถใช้บริการได้ โดยต้องจ่ายค่ามัด 50 บาท และค่าเข้าใช้ห้องสมุด 20 บาท/ครั้ง

เวลาทำการ
อังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. ปิดให้บริการวันจันทร์

 
             
           
             
    สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
[28/05/2550]
   
             
   

ประวัติ

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ถือกำเนิดมาพร้อมกับการก่อตั้งมหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2476   โดยในระยะแรกได้รับการช่วยเหลือจากต่างประเทศและในปี พ . ศ . 2491 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้แนะนำให้รวมห้องสมุดของมหาวิทยาลัยซึ่งในขณะนั้นมีฐานะเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงเกษตรและห้องสมุดของกรมกสิกรรมเข้าด้วยกันเป็น ห้องสมุดกลางบางเขน ซึ่งต่อมา เรียกว่า “ หอสมุดกลางบางเขน ”

พ . ศ. 2494   องค์การความร่วมมือทางการบริหารระหว่างประเทศ ( ICA ) ได้ส่งนาง มาร์เบล ไรท์ มาช่วยจัดห้องสมุด ภารกิจสำคัญที่นางไรท์ได้ดำเนินการคือ การนำระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือของรัฐสภาอเมริกัน ( Library of Congress : LC) มาใช้ในการจัดหนังสือของหอสมุดกลางบางเขน ซึ่งเป็นการวางรากฐานของการจัดหมวดหมู่หนังสือในระบบนี้ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า หอสมุดหอสมุดกลางบางเขนเป็นห้องสมุดแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ระบบนี้

พ . ศ. 2496   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดหอสมุดกลางบางเขนแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่หลังตึกพืชพรรณเมื่อวันที่   2   มกราคม พ. ศ . 2496 และหอสมุดกลาง ได้ยกฐานะเป็นแผนกห้องสมุด

พ . ศ. 2508   ได้ย้ายหอสมุดกลางบางเขนมาอยู่ที่อาคารเอกเทศสูง 3 ชั้น ( ตั้งอยู่หลังอนุสาวรีย์สามบูรพาจารย์) มีพื้นที่ 1 , 638 ตารางเมตร มีพิธีเปิดเมื่อวันที่   29 พฤษภาคม พ.ศ . 2508   และใช้ชื่ออาคารว่า “ หอสมุดกลาง ”

พ . ศ. 2518   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับงบประมาณจาก โครงการเงินกู้ธนาคารโลก เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์   มาก่อสร้างอาคารหอสมุดกลางหลังใหม่ ( พร้อมกับตึกห้องสมุดที่วิทยาเขตกำแพงแสน) เป็นอาคาร 3 ชั้น มีพื้นที่ 6 ,700 ตารางเมตร   สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2522

พ . ศ . 2520   หอสมุดกลางได้รับการสถาปนาเป็น   สำนักหอสมุด มีฐานะเทียบเท่าคณะ
เมื่อวันที่ 26   พฤษภาคม    พ.ศ . 2520

พ . ศ. 2523 ย้ายห้องสมุดจากอาคารหอสมุดกลาง   มายังอาคารหลังใหม่ซึ่งได้รับชื่ออาคารว่า อาคารช่วงเกษตรศิลปการ หรืออาคารสำนักหอสมุด เปิดให้บริการมาถึงปัจจุบัน

พ . ศ. 2541 ได้รับงบประมาณในการออกแบบก่อสร้างอาคารหลังใหม่

พ . ศ. 2547   ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารหลังใหม่โดยเชื่อมต่อกับอาคารช่วงเกษตรศิลปการ และสร้างเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

19 พฤษภาคม พ.ศ. 2549   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารหลังใหม่ ( อาคารการเรียนรู้ ) สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

5 มิถุนายน พ.ศ. 2549   เปิดให้บริการในอาคารหลังใหม่ (อาคารการเรียนรู้ : Kasetsart University Learning  Center  - KULC)

ตุลาคม พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่ออาคารการเรียนรู้ว่า อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ ซึ่งมีความหมายว่าอาคารที่รุ่งเรืองด้วยความรู้อันวิเศษดุจดวงแก้วแห่งเทพ

โครงสร้างการบริหารงานในองค์กร

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แบ่งออก 8 ฝ่าย คือ

  1. ฝ่ายสำนักงานเลขานุการสำนักหอสมุด
  2. ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ
  3. ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ
  4. ฝ่ายบริการ
  5. ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  6. ฝ่ายสารสนเทศ
  7. ฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา (โสตทัศนศึกษา)
  8. ฝ่ายห้องสมุดสาขา

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบุคลากรทั้งหมด ประมาณ 130 คน ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการ พนักงานมหาวิทยาลัย และลูกจ้างประจำ มีฐานะเป็นสำนัก ซึ่งเทียบเท่ากับคณะมาเป็นระยะเวลา 30 ปี โดยปัจจุบันมีอาคารให้บริการ อยู่ 2 อาคาร ได้แก่

1. อาคารช่วงเกษตรศิลปการ (อาคารเก่า) จัดเก็บสิ่งพิมพ์ทั้งหมดในลักษณะที่เน้นห้องสมุดเดิม ( Tradition Library) ซึ่งเน้นการจัดเก็บตัวเล่ม ( Hard Copy) อาคารนี้ เป็นอาคาร 3 ชั้น มีพื้นที่ 6 ,700 ตารางเมตร สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2522 และเปิดให้บริการในกลางปี พ.ศ. 2523 รายละเอียดในแต่ละชั้นมีดังนี้

ชั้นที่ 1   ประกอบด้วย   พื้นที่นั่งอ่าน   ห้องวิทยานิพนธ์ ห้องสิ่งพิมพ์ ม.ก. จุลสาร ผลงานทางวิชาการ หนังสืออ้างอิงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เคาน์เตอร์บริการยืม- คืนหนังสือ เคาน์เตอร์บริการสารสนเทศ มุมออสเตรเลียศึกษา หลักสูตรมหาวิทยาลัย จุดค้นฐานข้อมูลทรัพยากร ( OPAC ) จุดค้นฐานข้อมูลสำหรับบุคคลภายนอก ร้านถ่ายสำเนาเอกสาร ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ ฝ่ายวิเคราะห์ทรัพยากรสารสนเทศ

ชั้นที่ 2   ประกอบด้วย พื้นที่นั่งอ่าน    บริการวารสารและหนังสือพิมพ์   ทั้งวารสารปีปัจจุบันและปีย้อนหลัง   ราชกิจจานุเบกษา   จุดค้นฐานข้อมูลทรัพยากร ( OPAC ) ห้องประชุม    ห้องถ่ายเอกสาร ฝ่ายห้องสมุดสาขา   ฝ่ายบริการ

ชั้นที่ 3 ประกอบด้วยพื้นที่นั่งอ่าน หนังสือทั่วไปทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ห้องฝึกอบรม   ห้องศึกษาเดี่ยว    ห้องศึกษากลุ่ม จุดค้นฐานข้อมูลทรัพยากร ( OPAC )

2. อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ (ศูนย์การเรียนรู้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : ประตูสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการและการวิจัย ( Kasetsart University Learning Center : KULC ) ซึ่งเป็นอาคารใหม่มุ่งเน้นความทันสมัยในรูปแบบดิจิตอล และให้บริการในรูปแบบ Living Library อาคารนี้ ได้ก่อสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญ พระชนมายุ 48 พรรษา โดยมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้วยตนเอง ( Self Learning Center ) เพื่อรองรับการก้าวเป็น e – University ประกอบกับอาคารสำนักหอสมุดหลังปัจจุบันเริ่มคับแคบ ทางผู้บริหารมหาวิทยาลัย จึงได้ผลักดันให้เกิดการก่อสร้าง อาคารการเรียนรู้เพื่อเพิ่มพื้นที่การให้บริการด้านการใช้ห้องสมุดทั้งนิสิตและบุคลากรของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์และประชาชนทั่วไป โดยใช้งบประมาณการก่อสร้างและการตกแต่งทั้งสิ้น จำนวน 222 ล้านบาท สร้างแล้วเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 549   และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารเมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม   พ.ศ. 2549   และพระราชทานชื่ออาคารนี้ว่า   อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ   ซึ่งมีความหมายว่า อาคารที่รุ่งเรืองด้วยความรู้อันวิเศษดุจดวงแก้วแห่งเทพ

ภายในอาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ จะสามารถสืบค้น ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเต็ม (Fulltext) ได้มากมาย ได้แก่ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 40 , 000 เล่ม วารสารอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต่ำกว่า 7 , 511 , 303 บทความ และวิทยานิพนธ์อิเล็กทรอนิกส์อีก 3 , 850 เล่มจากฐานข้อมูลครอบคลุมทุกสาขา ไม่ต่ำกว่า 30 ฐาน นอกจากนั้นยังได้รับสาระและบันเทิงจาก Edutainment Zone จำนวน 68 เครื่อง ห้องสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตประมาณ 80 เครื่อง และห้องดูทีวี จำนวน 20 ที่นั่งตลอดจนที่นั่งอ่านหนังสือแบบทันสมัย ตื่นตา ตื่นใจ ในกรณีที่ห้องสมุดสาขาบางแห่ง ไม่สามารถสืบค้น Fulltext ได้ด้วยตนเองสามารถใช้บริการ e- Request ผ่านเว็บไซต์ได้โดยเจ้าหน้าที่จะสืบค้นทุกวันและนำข้อมูลขึ้น Server ของห้องสมุดไว้และแจ้งกลับผู้ใช้บริการผ่านทางอีเมล์

อาคารเทพรัตน์วิทยาโชติ เป็นอาคารเอกเทศ 5 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอย 14 ,085 ตารางเมตร แบ่งตามประโยชน์การใช้สอย ดังนี้
ชั้นใต้ดิน ที่จอดรถ ห้องช่าง

ชั้นที่ 1 พื้นที่ส่วนจัดนิทรรศการ บริการอินเทอร์เน็ต ภายในห้องอินเทอร์เน็ตถูกตกแต่งอย่างสวยงาม พร้อมคอมพิวเตอร์ ประมาณ 80 เครื่อง สำหรับการค้นคว้าหาความรู้ตลอดจนสืบค้นฐานข้อมูลต่างๆที่สำนักหอสมุดจัดหามาเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยมีบริการต่างๆ ได้แก่ บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า เป็นบริการที่ช่วยแนะนำผู้ใช้ในการเข้าใช้บริการต่างๆเช่น การค้นหนังสือ การค้นฐานข้อมูล เป็นต้น บริการช่วยการสืบค้นข้อมูล ( Searching Supporter ) บริการที่เน้นช่วยเหลือผู้ใช้สืบค้นข้อมูลในเชิงลึกจากฐานข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด การสืบค้นจะใส่คำค้นเพียงแค่ครั้งเดียวจะวิ่งไปสืบค้นให้จากทุกฐานข้อมูล   บริการยืม - คืน บริการ ให้ยืมทรัพยากรห้องสมุด จองหนังสือ สมัครสมาชิกและให้บริการเครื่องยืม - คืนด้วยตนเอง ( Self – Check Machine) และใช้ RFID ในการเก็บข้อมูล บริเวณอ่านหนังสือพิมพ์และวารสารบันเทิง ประมาณ 40 ชื่อ มุมสำหรับดูทีวี และ ที่นั่งอ่านแบบสบายสบาย เพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย อยากเข้ามาใช้บริการมากขึ้น สำหรับการจองใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของนักศึกษานั้นสามารถจองผ่านโปรแกรมการจองซึ่งนักศึกษาพัฒนาขึ้นมาเอง
แนวคิดชั้น 1 ได้ออกแบบให้มีสีสันเป็นรูปของใบไม้ (สีเขียว) เพื่อดูสบายตาและผ่อนคลาย  

ชั้นที่ 2 พื้นที่ส่วน Edutainment Zone คือเป็นพื้นที่รวมและผสมผสานระหว่างการศึกษาหาความรู้ ( Education ) กับความบันเทิง ( Entertainment ) เข้าด้วยกันประกอบด้วยบริการสื่อมัลติมีเดีย ห้องชมภาพยนตร์ เคเบิลทีวี VDO CD On Demand ห้องฝึกภาษา ห้องอบรมการใช้สารสนเทศ ห้องประชุม
แนวคิดชั้น 2 ได้ออกแบบให้มีสีสันเป็นรูปของดอกไม้ ( สีชมพู ) เพื่อดูสดชื่นมีชีวิตชีวา

ชั้นที่ 3 เป็นศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร (AGKC) ดำเนินงานภายใต้การดูแลของฝ่ายสารสนเทศ ซึ่งเน้นการให้บริการแบบ Living Library ประกอบด้วย ศูนย์เครือข่ายสารสนเทศทางเกษตรนานาชาติ ( AGRIS) ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( FAO) ศูนย์สารสนเทศทางการเกษตรแห่งชาติ (TNAC) ศูนย์สนเทศทางกระบือนานาชาติ (IBIC) มีมุมเกษตร เพื่อจัดกิจกรรมเกี่ยวกับการเกษตร ห้องศึกษาเดี่ยว และห้องศึกษากลุ่ม ในศูนย์นี้จะมีระบบห้องสมุดอัตโนมัติแยกต่างหากจากระบบใหญ่ของสำนักหอสมุด โดยเลือกใช้ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ที่เป็น Open Source คือ Pro 5 นอกจากนี้ชั้น 3 ยังมีพื้นที่ของสำนักงานของฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และฝ่ายสารสนเทศดัวย
แนวคิดชั้น 3 ได้ออกแบบให้มีสีสันเป็นรูปของผักและผลไม้ เพื่อให้เข้ากับแนวคิดด้านการเกษตร

ชั้นที่ 4 ประกอบด้วยพื้นที่นั่งอ่าน ห้องภูมิปัญญา มก . ส่วนสำนักงานฝ่ายบริหาร ได้แก่ ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และสำนักงานเลขานุการ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยห้องประกันคุณภาพ ห้องประชุม 3 ห้องอาหารของเจ้าหน้าที่ และหอจดหมายเหตุ มก .
แนวคิดชั้น 4 ได้ออกแบบให้มีสีสันซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของสำนักหอสมุด คือ สีส้ม

ชั้นที่ 5 ที่ตั้งศูนย์นานาชาติสิรินธรเพื่อการวิจัย พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ห้องประชุมใหญ่ และห้องทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
บริเวณรอบ ๆ อาคาร ได้จัดเป็นสวนพฤกษศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีพืชทั้งหมดประมาณ 270 ชนิด ซึ่งได้นำข้อมูลพันธุ์พืชเหล่านี้ใส่ไว้ในเว็บไซต์เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมได้

การบริการ ห้องสมุดได้มีบริการ ดังนี้

  1. บริการยืม – คืน สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อโสตทัศนวัสดุ เช่น หนังสือทั่วไป วิทยานิพนธ์ ซีดี วีซีดี ดีวีดี สไลด์ วีดิทัศน์ ฟิล์มภาพยนตร์ ฟิล์มสตริป
  2. บริการนั่งอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ในห้องสมุด
  3. บริการโสตทัศนวัสดุในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ซีดี วีซีดี ดีวีดี สไลด์ วีดิทัศน์ ฟิล์มภาพยนตร์ ฟิล์มสตริป
  4. บริการ Video on demand
  5. บริการห้องฝึกภาษา
  6. บริการห้องมินิเธียเตอร์
  7. บริการเคเบิลทีวี
  8. บริการอินเทอร์เน็ต

บุคคลที่สามารถเข้ามาใช้บริการยืม – คืน ทรัพยากรสารสนเทศได้

  1. นิสิตปริญญาตรี
  2. นิสิตปริญญาโท
  3. นิสิตปริญญาเอก
  4. อาจารย์
  5. ข้าราชการ
  6. ลูกจ้างประจำ
  7. พนักงานมหาวิทยาลัย
  8. บุคคลภายนอก (ต้องสมัครสมาชิกห้องสมุดก่อนจึงสามารถยืม – คืน ทรัพยากรสารสนเทศได้)

เวลาทำการสำนักหอสมุด

ช่วงเปิดภาคการศึกษา
จันทร์ – ศุกร์ 08 : 00 – 20 : 00 นาฬิกา
เสาร์ 09 : 00 – 18 : 00 นาฬิกา

ช่วงก่อนสอบ (1 เดือน)
จันทร์ – ศุกร์ 08 : 00 – 21 : 00 นาฬิกา
เสาร์ 09 : 00 – 18 : 30 นาฬิกา

ช่วงเปิดภาคการศึกษาฤดูร้อน
จันทร์ – ศุกร์ 09 : 00 – 18 : 30 นาฬิกา
เสาร์ 09 : 00 – 16 : 00 นาฬิกา

ช่วงเปิดภาคการศึกษา
จันทร์ – ศุกร์ 08 : 30 – 16 : 30 นาฬิกา

บริการโสตทัศนวัสดุ
จันทร์ – ศุกร์ 08 : 30 – 20 : 00 นาฬิกา
เสาร์ 09 : 00 – 16 : 30 นาฬิกา

* ปิดบริการวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ

จุดเด่นของสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

  1. ความพยายามในการสร้างบรรยากาศในการศึกษาค้นคว้า เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายในการศึกษาหาความรู้เหมือนอยู่บ้าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการรู้สึกคุ้นเคยเป็นกันเอง และสนใจศึกษาหาความรู้มากขึ้น
  2. ความทันสมัยของรูปแบบอาคาร การตกแต่งภายใน ครุภัณฑ์ เก้าอี้นั่งอ่าน ให้ความรู้สึกสดใสไม่น่าเบื่อ สมกับยุคดิจิตอล
  3. การนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการเพื่อการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เช่น RFID และ เครื่องยืมคืนด้วยตนเอง ( Self – Check Machine) เป็นต้น
  4. มีการพัฒนา Software ที่หลากหลายมาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น ระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปซึ่งซื้อมาเช่น INNOPAC (Version : Millennium 2005 ) , ระบบ e-Request และระบบจองการใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาขึ้นเอง รวมไปถึงระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่เป็น Open Source และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาใช้เองสำหรับศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร เช่น โปรแกรม Pro 5 เป็นต้น
  5. เป็นการผสมผสานห้องสมุด 2 รูปแบบ ไว้ด้วยกัน ทั้ง Tradition Library ที่อาคารเก่า และ Living Library ที่อาคารใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกเพิ่มขึ้น
  6. พัฒนาบุคลากรให้ตื่นตัวต่อการให้บริการ ให้มี Service Mind อยู่เสมอ มีการทำงานร่วมกันระหว่างนักสารสนเทศและบรรณารักษ์ รวมทั้งประสานความร่วมมือในทุก ๆ ด้านระหว่างบุคลากร รุ่นเก่าและรุ่นใหม่
 
             
           
             
    สรุปข้อดีและข้อจำกัดของแหล่งสารสนเทศทั้ง 4 แห่ง  
   

จากการสัมมนากลุ่มย่อย เรื่อง "ผลการศึกษาแหล่งสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้" สามารถสรุปข้อดีและข้อจำกัดของแหล่งสารสนเทศทั้ง 4 แห่ง ดังนี้

 
   

ห้องสมุดมารวย

ข้อดี
1. บุคลากรมีความพร้อมในการทำงานและให้บริการ โดยยึดหลักความพึงพอใจของผู้ใช้สูงสุด
2. มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ในการให้บริการที่ทันสมัย
3. มีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างห้องสมุด สังคม และชุมชน
4. การคมนาคมสะดวก
5. มีการจัดสถานที่และใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า
6. มีการหมุนเวียนทรัพยากร
7. ให้บริการ SET CORNER ข้อมูลด้านตลาดหลักทรัพย์ การเงิน
8. มีบริการที่เอื้อต่อการพัฒนาห้องสมุด

ข้อจำกัด
พื้นที่จำกัด

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ข้อดี
1. การบริหารจัดการห้องสมุด

  • มีการระบบ KPI' มาใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากร
  • มีลักษณะการทำงานเป็นทีม กิจกรรมของห้องสมุด การมีส่วนร่วมของบุคลากรและมีการเรียนรู้ของบุคลากรในองค์กร
  • มีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคลากรตลอดเวลาในเรื่องของเนื้องาน โดยมีการส่ง Message เป็นแบบ Group Mail
  • มีการประสานงานกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับห้องสมุด ด้วยความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี

2. กิจกรรมและการให้บริการของห้องสมุด

  • กิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ โดยมีงานส่งเสริมการศึกษาเรียนรู้การใช้ห้องสมุดของนักศึกษา
  • มีการจัดนิทรรศการส่งเสริมความรู้ ทั้งภายในสถานที่และนอกสถานที่ แก่เด็กและเยาวชน

3. อาคารสถานที่

  • สถานที่ของแต่ละห้องสมุด มีการจัดมุมต่างๆ ของห้องสมุดที่สร้างบรรยากาศไม่ตึงเครียด โดยมีรูปแบบ การจัดและตกแต่งทันสมัย มีสีสันสดใส สามารถปรับเปลี่ยนได้
  • ห้องสมุดแต่ละที่จะแยกกันอยู่ แต่มีการทำงานร่วมกันผ่านเครือข่าย
  • มีการจัดสถานที่ที่สามารถดัดแปลมาจัดกิจกรรมต่างๆ โดยที่ผู้ใช้บริการสามารถเข้ามามีส่วนร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ได้

ข้อจำกัด
สถานที่ตั้งห้องสมุด ไม่มีลักษณะอาคารเป็นเอกเทศของตัวเอง ซึ่งแต่ละห้องสมุดที่ให้บริการแยกกันอยู่ตามอาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ทำให้ไม่สะดวกแก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เช่น เวลาในการเปิด-ปิดของห้องสมุดแต่ละอาคาร (อาคารของห้องสมุดจะมีหลายจุด กระจายไปตามอาคารต่างๆ เนื่องจากเนื้อที่ไม่พอ)

อุทยานการเรียนรู้ (TK Park)

ข้อดี
1. พื้นที่กว้าง การจัดสถานที่ให้บริการเป็นสัดส่วน และมีความยืดหยุ่น
2. รูปแบบการจัดและตกแต่ง ทันสมัย มีสีสันสดใส
3. มีห้องสมุดสาขา 4 ภาค และทำงานร่วมกันผ่านเครือข่าย
4. เน้นกิจกรรมร่วมกันกับผู้ใช้ ส่งเสริมกระตุ้นการเรียนรู้ของประชาชนทุกเพศทุกวัย
5. บริการทรัพยากรสารสนเทศ สื่อความรู้หลากหลายกว้างถึงคนพิการ
6. ใช้ระบบการทำงานแบบหมุนเวียน สามารถปฏิบัติงานแทนกันได้

ข้อจำกัด
1. สถานที่ตั้งห่างไกลจากพื้นที่ใจกลางอาคารศูนย์การค้า
2. ห้องน้ำ ให้บริการอยู่ห่างไกลห้องสมุด อาจไม่ปลอดภัยและไม่สะดวก
3. มีค่าใช้บริการ

สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ข้อดี
1. ความพยายามในการสร้างบรรยากาศในการศึกษา ค้นคว้า เพื่อให้เกิดความรู้สึกสบายในการศึกษาหาความรู้เหมือนอยู่บ้าน เพื่อให้ผู้ใช้บริการรู้สึกคุ้นเคยเป็นกันเอง และสนใจศึกษาหาความรู้มากขึ้น
2. ความทันสมัยของรูปแบบอาคาร การตกแต่งภายใน ครุภัณฑ์ เก้าอี้นั่งอ่าน ให้ความรู้สึกสดใส ไม่น่าเบื่อ สมกับยุคดิจิทัล
3. การนำอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้ในการให้บริการ เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพ เช่น RFID และเครื่องยืมคืนด้วยตนเอง (Self-Check Machine) เป็นต้น
4. มีการพัฒนา Software ที่หลากหลายมาใช้ในการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ซื้อมา เช่น INNOPAC (Version : Millennium 2005), ระบบ e-Request และระบบจองการใช้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่อาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาขึ้นเอง รวมไปถึงระบบห้องสมุดอัตโนมัติที่เป็น Open Source และบุคลากรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาต่อขึ้นใช้เอง สำหรับศูนย์ความรู้ด้านการเกษตร เช่น โปรแกรม Pro 5 เป็นต้น
5. เป็นการผสมผสานห้องสมุด 2 รูปแบบไว้ด้วยกัน ทั้ง Tradition Library ที่อาคารเก่า และ Living Library ที่อาคารใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีทางเลือกเพิ่มขึ้น
6. พัฒนาบุคลากรให้ตื่นตัวต่อการให้บริการ ให้มี Service Mind อยู่เสมอ บัตรทำงานร่วมกันระหว่างนักสารสนเทศและบรรณารักษ์ รวมทั้งประสานความร่วมมือในทุกๆ ด้าน ระหว่างบุคลากรรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

ข้อจำกัด
-

 
             
             
       
    ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน  
   
  1. ได้รับความรู้และประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการบริหารงาน การจัดและให้บริการในรูปแบบห้องสมุดมีชีวิต (อุทยานการเรียนรู้ : TK Park )
  2. เกิดวิสัยทัศน์ใหม่ๆ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จากการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างกันในวงวิชาชีพเดียวกัน
  3. นำความรู้ในด้านต่างๆ ของรูปแบบห้องสมุดสมัยใหม่ มาเป็นแนวทางการพัฒนาห้องสมุดรัฐสภา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. นำแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาการให้บริการด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยต่างๆ มาปรับปรุงการให้บริการ
  5. ได้ทราบแนวทางในการพัฒนาการให้บริการข้อมูลต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์
  6. ได้แนวคิดและรูปแบบการจัดสถานที่และสภาพแวดล้อมที่ดีของแต่ละแห่งมาปรับใช้ เพื่อสร้างความรู้สึกประทับใจในบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมของห้องสมุด เช่น การใช้วัสดุที่เป็นกระจก หรืออะครีลิก ซึ่งเป็นสื่อถึงความทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ เป็นต้น
  7. นำแนวคิด “ ความเป็นเอกลักษณ์การเป็นแหล่งสารสนเทศ/ห้องสมุดเฉพาะของตนเอง” เป็นหลักในการสร้างความประทับใจและดึงดูดใจของห้องสมุด
  8. ได้เห็นการจัดการ/การให้บริการห้องสมุดมีชีวิต คือ ห้องสมุดที่มีลักษณะคล้ายกับร้าน หนังสือ เช่น ชั้นหนังสือจะออกแบบให้จัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถดึงดูดให้อยากเดินเข้ามาใช้บริการ มีหนังสือที่ทันสมัยและหลากหลาย มีคอมพิวเตอร์ไว้ให้บริการหลายจุด มีการจัดมุมต่างๆ อาทิ มุมสนุกรู้-สนุกคิด มุมฝึกทักษะภาษาอังกฤษ มุมวารสาร/นิตยสาร มุมหนังสือวรรณกรรม/หนังสือดีที่ควรอ่าน มุมนั่งพักผ่อนสบายๆ มุมกาแฟและเครื่องดื่ม ฯลฯ
  9. ได้เห็นการบริหารงานในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อน โครงสร้างที่ง่ายต่อการบริหารจัดการ และตัดสินใจ มีเอกภาพในการดำเนินงาน มีแนวทางที่ชัดเจน ทำให้สามารถพัฒนาห้องสมุดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ติดขัดทั้งในด้านงบประมาณและบุคลากร
  10. ได้เห็นรูปแบบห้องสมุดที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม สามารถที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาและพัฒนาสังคม เช่น ห้องสมุดมารวย ซึ่งจัดตั้ง “ ห้องเพลิน” ขึ้น เพื่อช่วยเหลือดูแลเด็กและเยาวชนในชุมชนแออัดคลองเตย เป็นต้น
 
             
             
       
    ข้อเสนอแนะ  
   
  1. ควรนำการจัดห้องสมุดแบบมีชีวิตและมีบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการกระตุ้นและสร้างเสริมประสิทธิภาพการอ่าน/การเรียนรู้ มาเป็นแนวทางในการพัฒนาห้องสมุดรัฐสภาให้มีชีวิต สำหรับการเรียนรู้ของสมาชิกรัฐสภา/ผู้ใช้บริการ โดยสำนักงานฯ ควรสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาอย่างเพียงพอ
  2. ควรที่จะมีการประสานความร่วมมือระหว่างองค์กร เพื่อเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชน ได้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกัน เช่น ที่อุทยานการเรียนรู้ ( TK Park ) เนื่องจากห้องสมุด TK Park เป็นจุดศูนย์รวมการจัดกิจกรรมและจุดศูนย์รวมของประชาชนทุกเพศทุกวัย
  3. ควรมีการศึกษาข้อมูลและความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มผู้ใช้บริการหลักของห้องสมุด เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมมาปรับปรุงห้องสมุด อาทิเช่น ด้านโครงสร้าง การดำเนินงาน การให้บริการ และการพัฒนาบุคลากร ฯลฯ
  4. ควรประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในสาขาวิชาเดียวกัน เพื่อให้การพัฒนาการให้บริการของห้องสมุดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐาน
  5. ควรส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภายนอกและสังคมมากขึ้น
  6. ควรพัฒนาเทคโนโลยีและทรัพยากรสารสนเทศให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อการเข้าถึงทรัพยากรสารสนเทศที่รวดเร็วและตรงกับความต้องการ
  7. ควรจัดสถานที่และทรัพยากรสารสนเทศให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ของหน่วยงาน เพื่อสะท้อนภารกิจหลักขององค์กร เป็นการดึงดูดให้ผู้ใช้บริการต้องการเข้าใช้บริการมากยิ่งขึ้น
  8. ห้องสมุดอาจนำรูปแบบห้องสมุดมีชีวิตมาปรับใช้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการมีความประทับใจและเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เช่น จัดให้มีมุมกาแฟ มุมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น
  9. ควรมีอาคารเอกเทศ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในส่วนบริการ ส่วนจัดเก็บทรัพยากรสารสนเทศ และส่วนปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
 
             
       
 
       
    รายชื่อผู้เข้าร่วมศึกษาดูงาน  
   

กลุ่มงานห้องสมุด สำนักวิชาการ

1. นางกัลยญาณี ฉุนฉลาด บรรณารักษ์ 8 ว.
2. นางสาวเบญจลักษณ์ สุทธิวิไล บรรณารักษ์ 7 ว.
3. นางสาวแสงอรุณ อนุเคราะห์ บรรณารักษ์ 7 ว.
4. นางสาว พจพิณ พรมเอี่ยม บรรณารักษ์ 6
5. นางสาวสายฝน ดีงาม บรรณารักษ์ 6
6. นางชวนพิชญ์ รัตนาไพบูลย์ บรรณารักษ์ 6
7. นางสาวภัลลิกา บุษมงคล บรรณารักษ์ 5
8 . นายบัณฑิต อุทาวงค์ บรรณารักษ์ 4
9. นางสาวจำเรียง ประสงค์ดี บรรณารักษ์ 4
10. นางสาวอนัญญา ทิมเกตุ บรรณารักษ์ 4
11. นางสาววิจิตรา ประยูรวงษ์ บรรณารักษ์ 4
12. นางสาววัชราพร ยอดมิ่ง นิติกร 3
13. นางสาววศินี มั่นกลัด เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 6
14. นางสุกัญญา กัลยา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 6
15. นางสาวอรุณทิพย์ จันทร์ดิษฐ์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 5
16. นางสารภี ช้างพลี เจ้าหน้าที่ห้องสมุด 4
17. นางสาวญานิกา เฟื่องฟุ้ง เจ้าพนักงานธุรการ 5
18. นางสาวปรมาภรณ์ คงสุวรรณ เจ้าหน้าที่ธุรการ 1

กลุ่มงานพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักวิชาการ

1. นางสาวสุนิดา บุญญานนท์ บรรณารักษ์ 7 ว.
2. นางจินตนา เอี่ยมคง บรรณารักษ์ 6
3. นางสาวปรียานุช คลอวุฒิวัฒน์ บรรณารักษ์ 5
4. นางสาวชัชฎา จูฑะรักษ์ บรรณารักษ์ 4
5. นางสาวบุษราภรณ์ อัครนิธิยานนท์ บรรณารักษ์ 4
6. นางขัตติยา ทองทา บรรณารักษ์ 4
7. นางสาวนราภัทร เพชรมณี บรรณารักษ์ 4
8. นายใหม่ มูลโสม บรรณารักษ์ 4
9. นางสาวสุนันท์ พงษ์วิเชียร เจ้าหน้าที่ธุรการ 5
10. นางสาวสุกานดา ภาคีวุฒิ เจ้าหน้าที่ธุรการ 4
11. นางสาวเพชรินทร์ เรืองบุญ เจ้าหน้าที่ห้องสมุด 4
12. นางสาวเจตนนาฎ สุวรรณดี เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 5
13. นางสาวปภาดา สุประพัฒน์โภคา เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 3
14. นางสาว วรวรรณ พรมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 2

สำนักพัฒนาบุคลากร

1. นางสาวรุ่งอรุณ ยาทา นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 7 ว.
2. นางสาวพัทธนันท์ สัทธาพงษ์ นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 7 ว.
3. นางจุรีพร ไชยจรัส นักวิชาการช่างศิลป์ 7
4. นางสาวพจนาวลัย ภูมิศักดิ์ นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 6
5. นางธิรารัตน์ สัจจะธรณ เจ้าพนักงานธุรการ 6
6. นางวันทย โตธนรุ่งโรจน์ นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 5
7. นางสาวอัญมณี สัจจาสัย นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 5
8. นางสาวสุจรรยา พลอยเพชร นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 5
9. นายสุธิศักดิ์ อรรถประดิษฐ์ นักพัฒนาทรัพยากรบุคคล 4
10. นางสาวธาสินี กานันชัย เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล 4

 
             
     
 
     
Home
Webmaster: บุษราภรณ์ อัครนิธิยานนท์